Skip to main content

คู่มือแนะนำขนาดห้องพักในโรงแรมฉบับสมบูรณ์ – SiteMinder

  โพสต์ใน แหล่งข้อมูล   ปรับปรุงล่าสุด 16/02/2024

ขนาดห้องพักโรงแรมโดยเฉลี่ย ควรมีขนาดเท่าไหร่?

ขนาดห้องพักทั่วไปของโรงแรมในแต่ละพื้นที่ สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทรนด์ตลาดและความต้องการของผู้บริโภคได้ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าวัยรุ่น เริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์การท่องเที่ยวมากกว่าขนาดของห้อง ค่าเฉลี่ยของห้องพักจึงมีขนาดเล็กลงตามเทรนด์ ซึ่งขนาดของห้องพักที่แตกต่างกัน ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

และนี่คือปัจจัยที่ส่งผลต่อขนาดห้องพักของโรงแรม:

  • ประเทศหรือภูมิภาค
  • สถานที่ตั้ง (ในเมือง / ชนบท / เมืองเล็ก ๆ เป็นต้น)
  • ประเภทของโรงแรม (บัดเจ็ทโฮเทล, โมเต็ล, รีสอร์ท, บูติค เป็นต้น)
  • ระดับของโรงแรม
  • ราคา
  • สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ที่พัก (เช่น โรงแรมตั้งอยู่ใกล้สวนสนุก อาจให้ความสำคัญผู้เข้าพักที่มาพร้อมครอบครัว ห้องพักจึงมีขนาดใหญ่กว่า)
  • กลุ่มเป้าหมาย (เช่น นักเดินทางเพื่อธุรกิจ, ครอบครัว, คู่รัก, ผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไป ฯลฯ)
  • สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม

ปัจจัยเหล่านี้ (และอื่น ๆ) มีผลกับความคาดหวังของแขกต่อขนาดห้องพัก ยกตัวอย่างเช่น ผู้เข้าพักที่เดินทางไปทำงานในเมือง อาจเลือกโรงแรมที่มียิมและห้องสวีทสำหรับนักธุรกิจ (Business Suite) มากกว่าโฟกัสไปที่ขนาดของห้อง ส่วนผู้ที่เลือกโรงแรมที่มีสระว่ายน้ำ บาร์ และร้านอาหาร อาจต้องการพักผ่อนและใช้เวลาชิล ๆ ในห้องพักที่กว้างและสะดวกสบายมากกว่า

ความจริงแล้ว ขนาดของห้องพักไม่ใช้ปัจจัยหลักในการบอกว่าโรงแรมของคุณจะ ‘รุ่ง’ หรือ ‘ร่วง’ แต่จะดีกว่าถ้าคุณรู้ขนาดห้องพักโดยเฉลี่ยในพื้นที่ของคุณ เพราะอาจช่วยให้คุณตามทันเทรนด์แนวโน้มของตลาดและอาจได้ไอเดียสร้างจุดยืนที่แตกต่างเพื่อรับมือกับโรงแรมคู่แข่ง ที่สำคัญ การรู้จักขนาดห้องพักโรงแรมในระแวกเดียวกัน สามารถช่วยให้คุณเสนอข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับแขกของคุณได้

Table of contents

ห้องพักโรงแรม ควรมีขนาดกี่เมตร?

แล้วห้องพักโรงแรมควรมีขนาดเท่าไหร่ล่ะ?

โรงแรมทั่วโลกมีห้องพักราว ๆ 17.5 ล้านห้อง จึงเป็นเรื่องยากที่จะกำหนดขนาดห้องพักโรงแรมให้เป็นมาตรฐานสากลในหน่วยตารางเมตร ซึ่งความจริงแล้ว ขนาดห้องพักก็ขึ้นอยู่กับสถานที่และประเภทของโรงแรมด้วย ดังนั้น เราขอสรุปโดยแบ่งข้อมูลตามประเทศต่าง ๆ และระดับของโรงแรม 1-5 ดาว (อ่านเพิ่มเติมด้านล่าง)

ขนาดห้องน้ำตามมาตรฐานของห้องพักในโรงแรม

มาตรฐานของขนาดห้องน้ำเองก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างเช่นเดียวกับขนาดของห้องพัก โดยเฉพาะประเภทและระดับของโรงแรม อย่างเช่น ห้อง Deluxe Suite ของรีสอร์ทสุดหรูที่ตั้งอยู่ในสถานที่ผลิตไวน์ชื่อดัง จะมีห้องน้ำที่ใหญ่กว่าโรงแรมระดับ 2 ดาวในเมืองใหญ่มากหลายเท่าเลย

แต่ไม่ว่าโรงแรมจะอยู่ระดับไหน โดยทั่วไปแล้วแขกจะให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวก ลักษณะและฟังก์ชันมากกว่าพื้นที่เป็นตารางฟุต

และรูปแบบของห้องน้ำโรงแรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ มีดังนี้:

  • สะอาด
  • มีความเป็นส่วนตัว
  • ติดตั้งอุปกรณ์ทันสมัย
  • มีผลิตภัณฑ์ของใช้ในห้องน้ำ (สบู่, หมวกอาบน้ำ, แปรงสีฟัน, แชมพูและครีมนวดผม และอื่นๆ)
  • ผ้าเช็ดหน้าและผ้าเช็ดตัวฟรี
  • กระจกเต็มตัว

สิ่งอำนวยความสะดวกและลักษณะของห้องน้ำในโรงแรมที่นักท่องเที่ยวระดับหรูคาดหวัง ได้แก่:

  • วัสดุและดีไซน์ที่หรูหรา
  • แยกโซนเปียก-แห้ง
  • ปรับฟังก์ชันฝักบัวได้หลายระดับ (เช่น ฟังก์ชัน Body Jet, ระบบไอน้ำ ฯลฯ)
  • ผลิตภัณฑ์ของใช้ในห้องน้ำคุณภาพสูง
  • เสื้อคลุมและรองเท้าแตะฟรี
  • ปรับแสงไฟในห้องน้ำได้
  • ราวแขวนผ้าเช็ดตัวแบบอุ่น
  • กระจกที่มีระบบทำความร้อน (สำหรับลดการเกิดฝ้า)
  • วิวสวย ๆ
  • มีตัวเลือกสำหรับฟังเพลงหรือทีวี

ซึ่งความใหญ่โตของขนาดห้องน้ำ ไม่ได้บ่งบอกถึงระดับความหรูของโรงแรม แต่โดยทั่วไปแล้ว โรงแรมหรูจะมีขนาดห้องน้ำที่ใหญ่กว่าโรงแรมราคาประหยัด ในบางกรณี โรงแรมบางระดับ ก็มีข้อกำหนดขนาดห้องน้ำชัดเจน ตัวอย่างเช่น กฎโรงแรมบางแห่งระบุว่า ห้องน้ำต้องมีพื้นที่อย่างน้อย 45 ตารางฟุตจึงจะได้ชื่อเป็นโรงแรม 5 ดาว

รายได้มากขึ้น และงานน้อยลง

ใช้ SiteMinder เพื่อขายห้องมากขึ้น ทำกำไรมากขึ้น ด้วยความทุ่มเทในการดำเนินงานน้อยลง

เรียนรู้เพิ่มเติม

ขนาดห้องพักโรงแรมตามมาตรฐานในออสเตรเลีย

มาตรฐานของห้องพักโรงแรมในประเทศออสเตรเลีย คือ 214 ตารางฟุต หรือประมาณ 20 ตารางเมตร แต่อิงจากกระแสตลาด ทำให้ขนาดห้องพักเริ่มลดลง เพราะนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับพื้นที่อำนวยความสะดวกส่วนกลางและประสบการณ์ในการเข้าพักมากกว่า

ซึ่งโรงแรมยุคใหม่กำลังปรับเปลี่ยนโดยการเพิ่มขนาดพื้นที่ส่วนกลางให้กว้างขึ้น ทำให้บางห้องพักมีขนาดเล็กเพียง 18 ตารางฟุตเท่านั้น การทำงานที่ไหนก็ได้ (Remote Work) กำลังเพิ่มขึ้นและ Work Space ก็กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ความจำเป็นของพื้นที่ทำงานภายในห้องพักก็ดูเหมือนจะลดน้อยลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ห้องนอนที่มีฟังก์ชันดี ๆ และพื้นที่เพียงพอต่อการทำงาน จะเตะตาลูกค้ากลุ่มนี้ จึงมีแนวโน้มที่จะดึงดูดพวกเขาให้มาใช้บริการได้

ขนาดห้องพักโรงแรมตามมาตรฐานในยุโรป

มาตรฐานขนาดห้องพักโรงแรมในยุโรป คือ 172 ตารางฟุต หรือประมาณ 16 ตารางเมตร

เมื่อพิจารณาถึงจำนวนประชากรก็ไม่น่าแปลกใจสำหรับห้องพักขนาดนี้ แต่ในแถบยุโรปก็แบ่งได้อีกหลาย ๆ ประเทศ เช่น มาตรฐานขนาดห้องพักโรงแรมในเยอรมันอยู่ที่ 269 ตารางฟุต (25 ตารางเมตร) ในขณะที่มาตรฐานขนาดห้องพักโรงแรมในฝรั่งเศสอยู่ที่ 248 ตารางฟุต (23 ตารางเมตร) และมาตรฐานขนาดห้องพักโรงแรมใน UK คือ 172 ตารางฟุต (16 ตารางเมตร) 

ถ้าให้พูดแบบกว้าง ๆ คือ โรงแรมในยุโรปจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนห้องให้มากขึ้นด้วยพื้นที่ที่น้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ ๆ อย่างปารีสและลอนดอน แม้ว่าจะมีโรงแรมใหม่ ๆ เปิดให้บริการทั่วยุโรป แต่บางแห่งก็ตั้งอยู่ในอาคารเก่าที่มีพื้นที่จำกัด แต่ด้วยดีไซน์และการตกแต่งที่ลงตัว โรงแรมที่มีห้องขนาดเล็กก็สามารถสร้างความโดดเด่นและประสบการณ์ดี ๆ ให้กับแขกได้

ขนาดห้องพักโรงแรมตามมาตรฐานในสหรัฐอเมริกา

มาตรฐานขนาดห้องพักโรงแรมในประเทศสหรัฐอเมริกา คือ 300 ตารางฟุต (ประมาณ 28 ตารางเมตร) ซึ่งก็คล้าย ๆ กับฝั่งยุโรปที่ขนาดห้องพักแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน

อย่างฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ มีขนาดห้องพักราว ๆ 350 ตารางฟุต (ประมาณ 33 ตารางเมตร) ส่วนมิดเวสต์ จะมีขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 275 ตารางฟุต (ประมาณ 26 ตารางเมตร) และขนาดห้องพักโดยทั่วไปในนิวยอร์กมีขนาดราว ๆ 300 ตารางฟุต แต่โรงแรมขนาดเล็กกำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้น บางห้องจึงมีขนาดเล็กเพียง 60 ตารางฟุตเท่านั้น (ห้องเล็กกว่ากว่า 6 ตารางเมตรเสียอีก)!

ประเภทและขนาดของห้องพักในโรงแรม

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อขนาดห้องพักโรงแรม คือ ประเภทของห้องพัก และเมื่อนำมาคิดรวมกับระดับของโรงแรมด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีผลต่อความคาดหวังและความต้องการของผู้เข้าพัก ยกตัวอย่างสิ่งที่พอจะคาดการณ์ได้ เช่น ห้องเตียงคู่ (Twin Room) ของโรงแรมระดับ 3 ดาว จะมีขนาดเล็กกว่าห้อง Deluxe Suite ของโรงแรม 5 ดาว 

แต่ละประเทศและพื้นที่มีความต้องการและเกณฑ์การให้ระดับดาวโรงแรมแตกต่างกัน แม้ว่าเกณฑ์ในระดับสากลจะแบ่งตามมาตรฐานปกติ (โรงแรมระดับ 1 ดาว คือโรงแรมทั่วไป และ 5 ดาวคือระดับ Luxury) แต่กฎเฉพาะอาจแตกต่างกันไปในบางพื้นที่

ปัจจุบัน ยังไม่มีการแบ่งระดับดาวโรงแรมอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานรัฐบาล แต่มีหน่วยงานดูแลและเป็นที่นิยมในการแบ่งระดับของโรงแรมระดับโลก เช่น:

  • ออสเตรเลีย – หน่วยงาน Quality Tourism Australia 
  • ยุโรป – หน่วยงาน HotelStarts Union
  • สหราชอาณาจักร – หน่วยงาน AA Hotel and Hospitality Services
  • สหรัฐอเมริกา – หน่วยงาน American Automobile Association

ขนาดห้องพักของโรงแรมระดับ 5 ดาว

ห้องพักมาตรฐานของโรงแรม 5 ดาว มีหลายขนาด แตกต่างกันตามประเทศ

บางหน่วยงานกำหนดพื้นที่ห้องพักขั้นต่ำ 200 ตารางฟุต (18.5 ตารางเมตร) รวมห้องน้ำในตัว บางพื้นที่ในอย่างโรงแรม 5 ดาวสเปน กำหนดขนาดห้องพัก 2 คนขั้นต่ำที่ 183 ตารางฟุต (17 ตารางเมตร) ในขณะที่ โรงแรม 5 ดาวในสหรัฐอเมริกา ควรมีขนาดห้องพักมากกว่า 400 ตารางฟุต (37 ตารางเมตร)

อย่างไรก็ตาม หากมองถึงภาพรวมความพึงพอใจของแขก ประสบการณ์การเข้าพัก, ฟังก์ชัน, ความสะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวก จะมีความสำคัญมากกว่าตัวเลขตารางฟุต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่จ่ายเงินเขาพักที่พักระดับพรีเมียมหรือโรงแรม 5 ดาว 

ซึ่งโรงแรม 5 ดาว ต้องให้บริการอย่างมีระดับและเป็นเลิศ และนี่คือลิสต์ของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่โรงแรม 5 ดาวควรมี เช่น :

  • บริการซักผ้า รีดผ้า ซักแห้ง และขัดรองเท้า
  • เสื้อคลุมและรองเท้าแตะสุดหรู
  • ตู้เซฟและล็อคเกอร์
  • กระจกยาวแบบเต็มตัวพร้อมไฟ
  • แอร์
  • สมาร์ททีวีจอแบน
  • มินิบาร์พร้อมเครื่องดื่มและอุปกรณ์ครบครัน
  • Wifi ความเร็วสูง
  • แสงไฟสามารถปรับได้หลายระดับ
  • ผ้าปูที่นอนทอแน่น คุณภาพสูง
  • ห้องสีทึบแสง
  • อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ของใช้ในห้องน้ำสุดหรู
  • เครื่องชงกาแฟ
  • เบาะสบาย ๆ และโซนดูหนังฟังเพลง
  • ยิม เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
  • สระว่ายน้ำ, สปา และซาวน่า
  • บริการรูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง

ขนาดห้องพักของโรงแรมระดับ 4 ดาว

สำหรับโรงแรม 4 ดาว ก็ยังคงมีความคาดหวังของบริหารระดับสูงอยู่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องขนาดห้องพักให้ใหญ่โต แต่โรงแรม 4 ดาว ควรมีห้องพักขนาดใหญ่กว่าโรงแรม 3 ดาวหรือต่ำกว่านั้น อย่างในสหรัฐอเมริกา มาตรฐานของขนาดห้องพักโรงแรม 4 ดาวอยู่ระหว่าง 300 – 400 ตารางฟุต (28-38  ตารางเมตร) แต่ในบางพื้นที่ ขั้นต่ำของขนาดห้องนอนโรงแรม 4 ดาว (ไม่รวมห้องน้ำ) คือ 140 ตารางฟุต (13 ตารางเมตร)

และสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่าง ๆ ที่ควรมีในโรงแรม 4 ดาว ได้แก่:

  • แอร์
  • ชุดไดร์เป่าผม
  • ตู้เซฟ
  • มินิบาร์และตู้เย็น
  • ผ้าปูเตียงคุณภาพสูง 
  • ทีวี
  • พื้นที่ทำงานที่มีไฟส่องสว่าง
  • กระจก (อย่างน้อยควรเป็นกระจกครึ่งตัว)

ขนาดห้องพักของโรงแรมระดับ 3 ดาว

มาตรฐานขนาดห้องพักของโรงแรม 3 ดาวในสหรัฐอเมริกา คือ ประมาณ 300 ตารางฟุต (28 ตารางเมตร) โดยหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ ระบุว่าควรมีขนาดห้องพักอย่างน้อย 200 ตารางฟุต (18.5 ตารางเมตร) ไม่รวมห้องน้ำ

การเป็นโรงแรมระดับกลางระหว่างโรงแรมหรูและโรงแรมทั่วไป ถือเป็นเรื่องที่น่าอุ่นใจ เพราะขนาดห้องพักมักจะใกล้เคียงกับมาตรฐานโรงแรมทั่วไป แต่ก็อย่างที่กล่าวอยู่เสมอว่าขึ้นอยู่กับการจัดสรรพื้นที่และสิ่งอำนวนความสะดวกส่วนรวมต่าง ๆ ด้วย

ขนาดห้องพักของโรงแรมระดับ 2 ดาว

มาตรฐานขนาดห้องพักโรงแรม 2 ดาว จะอยู่ระหว่าง  215 – 322 ตารางฟุต (ประมาณ 20-30 ตารางเมตร) หน่วยงานบางแห่งกำหนดขนาดห้องพักขั้นต่ำ 120 ตารางฟุต (11 ตารางเมตร) ไม่รวมห้องน้ำ จึงจะอยู่ในเกณฑ์โรงแรมระดับ 2 ดาวได้ ซึ่งผู้เข้าพักก็ไม่ได้คาดหวังความหรูหราใหญ่โตกับโรงแรมระดับนี้อยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ความสะอาดและความสะดวกสบายพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วไปที่โรงแรมควรมี 

ขนาดห้องพักของโรงแรมระดับ 1 ดาว

เนื่องจากเป็นโรงแรมระดับพื้นฐานที่สุด ขนาดห้องพักในโรงแรม 1 ดาวมักจะมีขนาดเล็กกว่าระดับอื่น ๆ มีพื้นที่ระหว่าง 150 – 300 ตารางฟุต (14 – 28 ตารางเมตร)

ขนาดห้องพักของโรงแรมหรู

ไม่มีกฎตายตัวสำหรับขนาดของห้องดีลักซ์สุดหรู แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานของห้องพักโรงแรมทั่วไป ด้วยคำว่า ‘ดีลักซ์’ หรือ ‘ดีลักซ์’ ผู้เข้าพักก็ต้องคาดหวังห้องระดับพรีเมียมและบริการที่เหนือชั้นแน่นอน

ขนาดห้องสวีทในโรงแรม

ห้องพักประเภทห้องสวีทหรูในโรงแรมมีความแตกต่างกันมาก — ขนาดของห้องสวีทอยู่ระหว่าง 430 ถึง 4,000 ตารางฟุต (ประมาณ 40 – 372 ตารางเมตร) เพราะห้องสวีทของโรงแรม (และไม่ใช่แค่ห้องดีลักซ์) จะต้องมีห้องแยกอย่างน้อยสองห้อง

ห้องสวีทของโรงแรมมีหลายประเภท ได้แก่:

  • ห้องเอกซ์คลูซีฟสวีท 
  • ห้องเพนต์เฮาส์สวีท
  • ห้องสวีทตกแต่งตามธีม
  • ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท
  • ห้องรอยัลสวี

ขนาดของห้องสวีทและบริการที่จัดให้จะขึ้นอยู่กับประเภทของห้องสวีทแบบต่าง ๆ แต่ผู้เข้าพักทุกคนจะคาดหวังกับการบริการที่มีมาตรฐานสูงเป็นพิเศษสำหรับห้องประเภทนี้

ขนาดห้องพักของโมเต็ล

เช่นเดียวกับที่พักอื่น ๆ กุญแจความสำเร็จของธุรกิจโมเต็ลคือเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าตามหาและต้องการ ซึ่งโมเต็ลมักจะเป็นที่พักสำหรับค้างคืนระหว่างเดินทาง ขนาดของห้องพักจึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่มาก แต่โมเต็ลส่วนใหญ่จะตั้งอยู่นอกเมือง ทำให้มีพื้นที่เยอะกว่า ห้องพักจึงมีขนาดใหญ่พอประมาณไปโดยปริยาย

ผู้เข้าพักเองก็ไม่ได้คาดหวังพื้นที่กว้าง ๆ หรือตกแต่งด้วยของหรูหรา แต่โมเต็ล ก็ควรมีเตียงสะอาด ๆ และฝักบัวในห้องน้ำดี ๆ จะช่วยยกระดับให้เตะตาน่าสนใจกว่าคู่แข่ง

สิ่งที่ที่พักประเภทโมเต็ลควรมี ได้แก่:

  • Wifi ที่รวดเร็วและเสถียร
  • นโยบายยกเลิกฟรี
  • ที่จอดรถฟรี
  • ห้องซักรีดแบบบริการตัวเอง
  • ตัวเลือกเสริม เช่น อาหารเช้า
  • ห้องหลาย ๆ ประเภท (เช่น สำหรับครอบครัว หรือ ห้องพักที่อยู่ติดกัน)

สรุปแล้ว มาตรฐานของห้องพักโรงแรม ควรใหญ่ขนาดไหน? 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คุณคงจะรู้แล้วว่า มาตรฐานของขนาดห้องพักโรงแรม ไม่มีตายตัว เพราะขึ้นอยู่กลับหลายปัจจัยและสถานที่ตั้ง

แต่ก็ขนาดห้องพักที่กำหนดตามภูมิภาคต่าง ๆ มีอยู่จริง แต่พื้นที่เป็นตารางฟุตก็ไม่ได้สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับนักเดินทางยุคใหม่ ดังนั้น ไม่ว่าห้องพักของคุณจะมีขนาดเท่าไหร่ ก็ไม่สำคัญเท่าการจัดวางที่ดูดี, การออกแบบที่สร้างสรรค์, พื้นที่ส่วนกลางที่สวยงาม และบริการที่มีคุณภาพ ที่เป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดและรักษาลูกค้าเอาไว้

By Dean Elphick

ดีนคือผู้เชี่ยวชาญการตลาดเนื้อหาซีเนียร์ของ SiteMinder, ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำที่ส่งผลกำไรที่ไม่เคยมีให้แก่เจ้าของโรงแรม. ดีนมีความสนใจในการเขียนและสร้างเนื้อหามาเป็นที่รักในชีวิตอาชีพของเขาทั้งหมด, ซึ่งรวมถึงมากกว่าหกปีที่ SiteMinder. ผ่านทางเนื้อหา, ดีนมีเป้าหมายที่จะให้การศึกษา, แรงบันดาลใจ, ความช่วยเหลือ และค่าความพิเศษให้แก่ธุรกิจที่ให้บริการที่ต้องการปรับปรุงวิธีการทำงานและบรรลุเป้าหมายของพวกเขา.

ปลดล็อกศักยภาพการสร้างรายได้ให้โรงแรมของคุณ

ชมสาธิตระบบ
 

Thanks for sharing

Sign up to our blog and receive regular updates on the content you're into

Send this to a friend