Skip to main content

การคาดการณ์ธุรกิจโรงแรม : รายได้ วิธีการ และรายงาน – SiteMinder

  โพสต์ใน แหล่งข้อมูล   ปรับปรุงล่าสุด 16/02/2024

การคาดการณ์ธุรกิจโรงแรม คืออะไร?

การคาดการณ์ธุรกิจโรงแรม(Hotel Forecasting) คือ การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังและปัจจุบัน เพื่อนำมาคาดการณ์ในเชิงธุรกิจโดยพิจารณาถึงความต้องการที่พักและรายได้ในอนาคต

การคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจโรงแรมสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคตและช่วยเพิ่มโอกาสในคุณแก้ไขความผิดพลาดในอดีตและปรับใช้ให้ถูกต้องในปัจจุบัน พร้อมเพิ่มผลกำไรงาม ๆ และยังช่วยเตรียมความพร้อมในการรับมือเมื่อเกิดปัญหาหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

แม้ว่าจะคาดการณ์ไม่ได้บ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์โควิด-19 การคาดการณ์ก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการบริหารโรงแรมและสามารถช่วยในการตัดสินใจเรื่องกลยุทธ์การจัดการรายได้ได้

ไม่ว่าคุณจะเจ้าของโรงแรมมือใหม่หรือดำเนินกิจการมานานแล้ว การทำความเข้าใจความแตกต่างของการคาดการณ์ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจให้กับโรงแรมของคุณได้

Table of contents

การคาดการณ์ห้องว่างของโรงแรม คืออะไร?

การคาดการณ์ห้องว่างของโรงแรม คือ เครื่องมือคาดการณ์ที่เจ้าของโรงแรมใช้ประเมินจำนวนห้องว่างที่พร้อมขายในช่วงเวลาที่กำหนด โดยการคาดการณ์นี้จะคำนวณได้จาก จำนวนห้องพักทั้งหมด – จำนวนห้องพักที่คาดว่าจะมีแขกเข้าพัก

ผลลัพธ์จะช่วยให้ผู้จัดการโรงแรมมีไอเดียในการจัดการห้องว่างที่เหลือ ตัดสินใจตั้งราคา โปรโมชัน และช่องทางขายได้อย่างเหมาะสม

ความสำคัญของการคาดการณ์ในอุตสาหกรรมโรงแรม

การคาดการณ์จำเป็นต่อการวางแผนกลยุทธ์ตั้งราคาและจัดการรายได้ หากไม่มีการคำนวณอย่างถี่ถ้วน คุณจะได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและทำให้การคาดการณ์อัตราจองห้องพักในอนาคตไม่แม่นยำ

หากไม่มีการคาดการณ์ คุณจะไม่ได้วางแผนและตั้งราคา คิดโปรโมชันหรือแพ็คเกจสำหรับเดือนต่อๆ ไปอย่างเหมาะสม

ฉะนั้น การคาดการณ์ธุรกิจโรงแรมที่ดี จะช่วยให้คุณให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดในช่วงไฮซีซั่นและจัดการช่วงโลว์ซีซันได้ง่ายขึ้น

การทำนายที่แม่นยำมากขึ้น, ลดงาน

ตัดสินใจที่ฉลาดขึ้นสำหรับโรงแรมของคุณด้วยธุรกิจอัจฉริยะของ SiteMinder

เรียนรู้เพิ่มเติม

วิธีอ่านรายงานการคาดการณ์รายได้สำหรับธุรกิจโรงแรม

รายงานรายได้โรงแรม จะมีรายละเอียดการเงินทั้งหมด รวมถึงผลประกอบการล่าสุด โอกาสความก้าวหน้า และชาเลนจ์ที่น่าสนใจ

ไม่ว่าคุณจะลงสนามบริหารธุรกิจโรงแรมมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม การเรียนรู้รายละเอียดรายงานนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาโรงแรมของคุณไปสู่การเติบโตและผลกำไร และนี่คือวิธีอ่านรายงานรายได้ที่คุณควรทราบ:

รายงานรายได้โรงแรม จะมีรายละเอียดการเงินทั้งหมด รวมถึงผลประกอบการล่าสุด โอกาสความก้าวหน้า และชาเลนจ์ที่น่าสนใจ

ไม่ว่าคุณจะลงสนามบริหารธุรกิจโรงแรมมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม การเรียนรู้รายละเอียดรายงานนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาโรงแรมของคุณไปสู่การเติบโตและผลกำไร และนี่คือวิธีอ่านรายงานรายได้ที่คุณควรทราบ:

ทำความเข้าใจตัวชี้วัดความสำเร็จ

รายได้เฉลี่ยรายวัน (ADR), รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักทั้งหมด (RevPAR) และรายได้รวม เป็นตัวชี้วัดสำคัญนการคาดการณ์รายได้โรงแรม การเรียนรู้ว่าตัวชี้วัดแต่ละอย่างหมายถึงอะไร จะช่วยให้คุณเห็นภาพการทำงานและส่วนต่าง ๆ ของโรงแรมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง

การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง เป็นพื้นฐานของการคาดการณ์ธุรกิจโรงแรม คุณสามารถคาดเดาความต้องการในอนาคตอย่างแม่นยำได้ด้วยการตรวจสอบแนวโน้มของรายได้ที่ผ่านมา, ความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและความต้องการของลูกค้า ซึ่งการวิเคราะห์เหล่านี้ จะช่วยให้คุณมองเห็นแพทเทิร์นของการเปลี่ยนแปลงและความผิดปกติที่อาจจะส่งผลต่อรายได้ในอนาคต

แบ่งกลุ่มตลาด

การแบ่งกลุ่มตลาด หมายถึง การจัดกลุ่มกลุ่มเป้าหมายตามหมวดหมู่ เช่น ข้อมูลประชากร, ช่องทางการจอง หรือจุดประสงค์ในการเข้าพัก โดยทำความเข้าใจว่ากลุ่มไหนสร้างรายได้ให้กับคุณมากที่สุด คุณก็จะสามารถวางกลยุทธ์การตลาดและการเงินเพื่อดึงดูดแขกจากทางนั้นให้มากขึ้น พร้อมกับรักษาลูกค้ากลุ่มนี้ให้กลับมาใช้บริการที่คุณไปอีกนาน ๆ

คาดการณ์ความต้องการของตลาดและลูกค้า

การคาดการณ์ความต้องการในอนาคต เป็นกุญแจสำคัญในการตั้งราคาห้องพักและโปรโมชัน คุณสามารถประเมินจำนวนของแขกที่คาดว่าจะเข้าพัก ณ ช่วยเวลานั้น ๆ ได้จากวิธีการจอง, อีเว้นท์ตามปฏิทิน และภาวะของตลาด สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณจัดการห้องพักในมือและกำหนดราคาได้ดีขึ้น

อัตราการเข้าพัก

อัตราการเข้าพัก คือ เปอร์เซ็นต์ของห้องพักที่ขายได้ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ยิ่งมีอัตราการเข้าพักมาก หมายความว่าที่พักของคุณมีความต้องการสูงมในช่วงนั้น และหากช่วงไหนอัตราการเข้าพักต่ำ คุณก็สามารถสร้างข้อเสนอสุดพิเศษหรือปรับราคาห้องพักให้เหมาะสมไปตามสถานการณ์ การติดตามอัตราการเข้าพักเป็นประจำ จะช่วยให้คุณตัดสินใจจัดการรายได้ได้ดียิ่งขึ้น

ปัจจัยภายนอกและเทรนด์ของตลาด

นอกเหลือจากข้อมูลภายในแล้ว ปัจจัยภายนอกก็อาจส่งผลกระทบภาพรวมของรายได้ได้เช่นกัน ในรายงานการคาดการณ์ของคุณ อาจมีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่และทั่วโลก, อีเว้นท์ภายในจังหวัด การทำงานของโรงแรมคู่แข่ง และเทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาแรง เป็นต้น การตื่นตัวกับปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นใจในการคาดการณ์รายได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำไปอีกระดับ

วิธีคาดการณ์รายได้โรงแรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลของการคาดการณ์ คือ ความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด เพิ่มประสิทธิภาพอัตราการเข้าพัก และเพิ่มรายได้ให้มากที่สุด

การคาดการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ หมายถึง การพิจารณาหลายปัจจัยอย่างถี่ถ้วน เช่น ตัวชี้วัดความสำเร็จ อย่าง จำนวนผู้เข้าพัก, Room Night และรายได้เฉลี่ยรายวัน (ADR) และรวมถึงการจัดสรรพนักงานและจัดหาทรัพยากรด้วย

ยิ่งรวบรวมข้อมูลได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงอยู่เสมอคือ การคาดการณ์โรงแรม มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่ใช่สูตรเป๊ะ ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ตลอด

คุณควรตรวจสอบผลการทำงานรายสัปดาห์หรือรายเดือน เพื่อให้รวบรวมข้อมูลใหม่ ๆ และนำมาวัดประสิทธิภาพการทำงานดูว่าอะไรถูกอะไรผิด วิธีนี้จะช่วยให้คุณปรับแผนกลยุทธ์และอัปเดตข้อมูลล่าสุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลประกอบการให้ดียิ่งขึ้น

การคาดการณ์ธุรกิจโรงแรมขั้นพื้นฐาน ควรพิจารณาจากผลงานย้อนหลังและแนวโน้มของตลาด เพราะสามารถช่วยสรุปสิ่งที่พลาด, สิ่งที่คาดหวังได้ และมองเห็นวิธีพัฒนาศักยภาพโรงแรมได้ในเดือน, ไตรมาส หรือปีถัดไป

วิธีคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจโรงแรม

วิธีเริ่มต้นคาดการณ์ธุรกิจโรงแรมอย่างง่าย คือ การใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อคาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคต

ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะเลือกประวัติการทำงานของเดือนเมษายน (หรือเดือนอื่น) แล้วตรวจสอบตามเช็กลิสต์เหล่านี้:

  • คำนวณ Room Night (จำนวนห้องที่มีผู้เข้าพัก x จำนวนคืนที่แต่ละห้องถูกจอง)
  • อัตราการเข้าพัก
  • รายได้เฉลี่ยรายวัน
  • รายได้รวม
  • ค่าเฉลี่ยระยะเวลาเข้าพัก
  • ระยะเวลาการจองห้องพัก

จากข้อมูลเหล่านี้ คุณสามารถคาดการณ์ตัวเลขที่ใกล้เคียงกันในเมษายนของปีหน้า และสร้างกลยุทธ์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มผลกำไรได้

และถ้าใช้โมเดลการคาดการณ์โรงแรมระดับสูง ทางโรงแรมก็สามารถดูข้อมูลตามการแบ่งกลุ่มจากวิธีพื้นฐานด้านบนได้อีกด้วย

โดยมีการพิจารณาสิ่งอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การจองแบบกลุ่ม หรือ ความต้องการที่เกิดจากเหตุการณ์พิเศษ

ยกตัวอย่างเช่น หากมีบริษัทจองทริปแบบครั้งเดียว คุณสามารถรู้ได้เลยว่ายอดการจองจากบริษัทนี้จะไม่รวมอยู่ในรายได้ของปีหน้า และสามารถหาทางเติมช่องโหว่ตรงนี้ให้เต็มตามจำนวนคืนที่มีห้องว่างหรือสร้างรายได้เพิ่มจากการคาดการณ์การจองอื่น ๆ แทน

และเพื่อให้การคาดการณ์การจัดการรายได้ดีขึ้น ไม่ควรมองข้ามการตั้งราคาของโรงแรมคู่แข่งและภาวะตลาดโดยรวมด้วย เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีความชัดเจนและตั้งราคาได้ยืดหยุ่นมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจตั้งราคาห้องพักตามฤดูกาล, กำหนดเป้าหมายใหม่, สร้างโปรโมชันใหม่ หรือทำการตลาดด้วยการเปรียบเทียบเพื่อเอาชนะคู่แข่ง

ทำความรู้จักกับการคาดการณ์ความต้องการสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมโรงแรม

Demand Forecasting หรือ การคาดการณ์ความต้องการสินค้าและบริการ มีความสำคัญต่อการคาดการณ์จำนวนแขก, การปรับกลยุทธ์กำหนดราคา, การจัดสรรพนักงาน และการตลาดให้เหมาะสม และนี่คือข้อสรุปภาพรวมที่คุณควรรู้:

  • ข้อมูลย้อนหลัง เป็นประวัติการจองห้องพักที่ผ่านมากและแนวโน้มการเข้าพักของแขกที่สามารถคาดการณ์ความต้องการในอนาคตได้
  • แบ่งกลุ่มตลาด คือ แบ่งกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือ นักท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน เพื่อปรับกลยุทธ์การขายให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม
  • อัตราการจอง ติดตามอัตราการจองเพื่อประเมินความต้องการที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • อีเว้นท์พิเศษและวันหยุดตามเทศกาล ติดตามอีเว้นท์ในเมืองของคุณและวันหยุดเทศกาลที่เป็นช่วงความต้องการที่พักสูง
  • ปัจจัยภายนอก นึกถึงภาวะเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม
  • เทคโนโลยี ใช้เครื่องมือโซลูชันที่มีเสถียรภาพ แม่นยำ และคาดการณ์ด้วยระบบอัตโนมัติ.

การคาดการณ์ความต้องการอย่างละเอียดรอบคอบ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด พร้อมเพิ่มความมั่นใจในการสร้างผลกำไรและความพอใจของแขกได้อีกระดับ

แนวทางการคาดการณ์รายได้โรงแรมที่ดีที่สุด

สิ่งที่สำคัญในการรวบรวมข้อมูลและคาดการณ์ธุรกิจโรงแรม คือ ความถูกต้อง และข้อมูลทั้งหมดต้องเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโรงแรมด้วย

และนี่คือสิ่งที่ควรคำนึงอยู่เสมอเมื่อคาดการณ์รายได้โรงแรม:

  • ข้อมูลย้อนหลังของผลประกอบการและเทรนด์ของตลาด
  • ข้อมูลโรงแรมปัจจุบัน เช่น การจองล่าสุด, โปรโมชันหรือแคมเปญการตลาดที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างดี และยอดการเข้าชมเว็บไซต์และคอนเวอร์ชัน
  • เทรนด์ตลาดปัจจุบัน เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวมายังเมืองของคุณเพิ่มขึ้นหรือลดลง หรือ การเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากภาวะตลาด
  • ตรวจสอบว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงประสิทธิภาพของช่องทางขายแต่ละแพลตฟอร์ม ประเภทการเดินทาง (เช่น เดินทางเพราะงานหรือพักผ่อน) ข้อมูลประชากร และตัวชี้วัด เช่น RevPAR
  • ติดตามอีเว้นท์ วันหยุดเทศกาล และสภาวะโดยรวมทั่วโลกอยู่เสมอ
  • ตรวจสอบผลการทำงานและคาดการณ์ร่วมกันเสมอ เพื่อการตัดสินใจที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • พิจารณาการทำงานของโรงแรมคู่แข่ง
  • เปรียบเทียบการจองของผู้เข้าพักรายใหม่กับการจองจากผู้เข้าพักรายเดิมเพื่อช่วยกำหนดกลยุทธ์ของคุณ
  • พยายามลดข้อผิดพลาด เช่น แบ่งกลุ่มเป้าหมายไม่ถูกต้อง, การจองซ้ำซ้อน, การจองที่รอดำเนินการ, การจองเกินจำนวน, ราคาห้องพักแต่ละแพลตฟอร์มไม่ตรงกัน หรือวันจองไม่ถูกต้อง
By Shine Colcol

ไชน์คือผู้จัดการ SEO และเนื้อหาของ SiteMinder ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เดียวที่ปลดล็อคศักยภาพรายได้ทั้งหมดของโรงแรม มีประสบการณ์มากกว่าห้าปีในยุคยงเสร็จสิ้น เชนได้สร้างเนื้อหาที่เป็นข้อมูลในหลายหัวข้อของอุตสาหกรรมโดยส่วนมากเกี่ยวกับการจัดการการดำเนินงานและการพัฒนาต่อเนื่อง เธอมีเป้าหมายที่จะแบ่งปันบทความที่ได้รับการศึกษาอย่างดีเพื่อให้เจ้าของโรงแรมค้นพบวิธีปรับแต่งเวลาและเพิ่มรายได้จากห้องพักของพวกเขา

ปลดล็อกศักยภาพการสร้างรายได้ให้โรงแรมของคุณ

ชมสาธิตระบบ
 

Thanks for sharing

Sign up to our blog and receive regular updates on the content you're into

Send this to a friend